Sunday, 23 June 2024

MFG EXP BBE คืออะไร

ตัวย่อบนสินค้า MFG MFD EXP EXD BB และ BBE คืออะไร?

วิธีดูวันหมดอายุฉลากผลิตภัณฑ์แบบมืออาชีพ

MFG EXP BBE คืออะไร ? วิธีดูวันหมดอายุฉลากผลิตภัณฑ์แบบมืออาชีพ

วิธีดูวันหมดอายุ

การที่เราจะมีสุขภาพที่ดีนั้นต่างก็มีเคล็ดลับอยู่มากมายแต่เคล็ดลับง่ายๆ ที่จะทำให้เรามีสุขภาพที่ดีคือเราจะต้องใส่ใจและดูแลในทุกด้านเกี่ยวกับสุขภาพของเรา แน่นอนว่าบางครั้งอาจจะเริ่มจากวิธีการใช้ชีวิตของตัวเราเป็นส่วนใหญ่ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังเป็นเรื่องที่ยากเพราะความทันสมัยของเทคโนโลยีในทุกวันนี้เรามักจะเน้นในเรื่องของความสะดวกสบายเป็นส่วนใหญ่

เช่นเดียวกันกับการบริโภคในทุกๆ อย่างและโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับอาหารสำเร็จรูปที่เราสามารถหาซื้อได้ทั่วไปตามร้านสะดวกซื้อ แน่นอนว่ามันเป็นของที่เราสามารถทำการกักตุนไว้ในบ้าน เพื่อให้ง่ายและสะดวกต่อการทำอาหารในทุกวันนี้

วิธีดูวันหมดอายุ ข้างบรรจุภัณฑ์

แน่นอนว่าเมื่อวิถีชีวิตของเราและสังคมที่เราอยู่นั้นมีการเปลี่ยนแปลงไป รวมไปถึงการทำงานที่ในยุคที่ผ่านมาเราต้องทำงานอยู่กับบ้านไม่ค่อยได้มีโอกาสไปพบปะผู้คนเท่าไหร่ อาหารสำเร็จรูปหรืออาหารพร้อมทานจึงถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของเรามากยิ่งขึ้นเพราะอาหารเหล่านี้นั้นเพียงแค่เรานำมาอุ่นหรือนำไปปรุงสุกสักหน่อย

เราก็สามารถรับประทานได้ในระยะเวลาอันรวดเร็วนี่ยังไม่รวมถึงการที่เราไปซื้ออาหารที่ร้านสะดวกซื้อมาเก็บไว้ที่บ้านก็ถือได้ว่าเป็นการนำมาปรุงอาหารได้ในระยะเวลาอันรวดเร็วเช่นเดียวกัน แต่หนึ่งสิ่งที่คุณจะต้องดูและทำก่อนจะทำการเลือกซื้อนั่นก็คือคุณจะต้องดูวันหมดอายุที่อยู่ข้างบรรจุภัณฑ์เสียก่อน ซึ่งวิธีการดูนั้นก็ง่ายมาก สามารถทำได้ตามขั้นตอนดังนี้

รายละเอียดวันหมดอายุที่อยู่บนฉลากผลิตภัณฑ์

ไม่ว่าจะเป็นอาหารประเภทใดทั้งที่เป็นอาหารขนมและเครื่องดื่ม รวมไปถึงของใช้ที่อยู่ในชีวิตประจำวันอย่างยาหรือเครื่องสำอาง โดยปกติแล้วจะมีการบ่งบอกวันที่ผลิต ล็อตที่ผลิต รวมไปถึง วันหมดอายุ แจ้งให้เราได้ทราบ ว่าเราควรจะทานอาหารหรือนำของเหล่านี้ไปใช้ก่อนวันที่เท่าไหร่เพราะถ้าหากเราเก็บรักษาไม่ถูกวิธี ผลิตภัณฑ์บางอย่างก็อาจจะหมดอายุก่อนที่จะถึงวันกำหนดได้

การศึกษารายละเอียดการรับประทานและการใช้งานของผลิตภัณฑ์

ไม่เพียงแค่การดูรายละเอียดเกี่ยวกับวันผลิตและวันหมดอายุเท่านั้น ที่เราจะต้องให้ความสำคัญก่อนที่เราจะทำการซื้อผลิตภัณฑ์มา คุณจะต้องทำการศึกษาเกี่ยวกับวิธีการเก็บรักษา หรือวิธีการใช้งาน ก็จะต้องมีการศึกษารายละเอียดอย่างชัดเจน

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหากคุณทำการเปิดผลิตภัณฑ์ตัวนี้แล้ว คุณจะยังสามารถเก็บไว้ใช้งานได้อีกกี่วันและการศึกษาวิธีการเก็บรักษาให้ถูกต้อง ไม่ว่าจะก่อนเปิดใช้งานหรือหลังเปิดใช้งานแล้วนั่นก็เพื่อสิทธิประโยชน์ของคุณว่าคุณยังจะสามารถใช้งานผลิตภัณฑ์ตัวนี้ต่อได้อีกอย่างไร ไม่ให้เกิดการเสียหายก่อนวันหมดอายุ

พิจารณาลักษณะของบรรจุภัณฑ์ว่ามีรูปลักษณ์ที่แปลกไปหรือเปล่า

ในกรณีนี้นั้นเราจะพูดถึงอาหารกระป๋อง เครื่องดื่มที่บรรจุอยู่ในกล่องกระดาษ หรือที่บรรจุอยู่ในพลาสติก โดยเราจะต้องทำการตรวจเช็คว่ากระป๋องนั้นยังอยู่ในรูปทรงที่เป็นปกติหรือไม่ โดยจะต้องไม่มีการยุบ ไม่มีการโป่งพอง และยังจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ยังสะอาด สิ่งต่างๆ เหล่านี้ถือเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากเพราะถ้าหากเราละเลยก็อาจจะเกิดปัญหา หลังจากที่เราซื้อมาแล้วก็ได้

ตัวย่อต่างๆ ที่เราควรรู้บนผลิตภัณฑ์ต่างๆ

สำหรับตัวย่อต่างๆที่เราควรรู้นั้นโดยส่วนใหญ่แล้วจะมีการจัดวางอยู่บนฉากผลิตภัณฑ์ต่างๆที่อยู่บนสินค้าซึ่งตัวย่อเหล่านี้นั้นจะเป็นตัวย่อที่บ่งบอกถึงข้อมูลสำคัญต่างๆไม่ว่าจะเป็นเกี่ยวกับการโภชนาการ กระบวนการผลิต และแน่นอนว่าข้อมูลต่างๆ เหล่านี้มีความจำเป็นอย่างมากที่เราจะต้องทำการศึกษาอย่างดีเพื่อที่เราจะได้หลีกเลี่ยงอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น

ซึ่งข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลทางโภชนาการข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการการผลิต ส่วนประกอบต่างๆที่อยู่บนฉลากถือเป็นข้อมูลสำคัญที่เหล่าบรรดาผู้บริโภคจะต้องทำการศึกษาและยิ่งทำการเข้าใจมากเท่าไรก็จะยิ่งเป็นการช่วยในการตัดสินใจเวลาที่เราจะซื้อของสักอย่างนึง

Manufacturing date / Manufactured Date หรือ MFG / MFD

เราจะเห็นบ่อยมาบนผลิตภัณฑ์ที่เป็นเครื่องสำอางซึ่งก็คือวันที่ผลิต

Expiry Date/Expiration Date หรือ EXP / EXD

มีความหมายถึง “วันหมดอายุ“

Best Before/Best Before End หรือ BB / BBE

มีความหมายถึง “ควรบริโภคก่อนวันที่“

Reg. No.

หมายถึงเลขที่/ครั้งที่ผลิตหรือรอบที่ผลิต ซึ่งบางครั้งจะใช้ L & C. No. (lot and control number) หมายถึง เลขที่รอบผลิตและควบคุมคุณภาพแทนโดยจะคล้ายกับคำว่า Batch. No.

แน่นอนว่าตัวย่อไม่ได้มีแค่เพียงเท่านี้เพราะยังมีอีกหลากหลายข้อความที่เขียนเอาไว้บนฉลากผลิตภัณฑ์ แต่ยังมีอักษรย่อที่เราจะต้องเห็นกันอยู่บ่อยๆ บนกล่องยาหรือฉลากผลิตภัณฑ์ที่เป็นอาหารและยาหรือเลขที่ทะเบียนยา ที่มีการกำหนดหรือออกมาจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยากระทรวงสาธารณสุข เช่น

  • A คือ ยาสำเร็จรูปที่ถูกผลิตขึ้นภายในประเทศ
  • B คือ ยาสำเร็จรูปที่ได้นำเข้ามาจากต่างประเทศ แล้วนำมาแบ่งบรรจุภายในประเทศ
  • C คือ ยาสำเร็จรูปที่ได้นำเข้ามาจากต่างประเทศ แต่ไม่มีการแบ่งบรรจุภายหลัง

ซึ่งรายละเอียดของทะเบียนยาจะเป็นตัวเลขที่ใช้นำหน้าอักษร ซึ่งถ้ามี 1 หมายถึงยาเดี่ยว มียาสำคัญตัวเดียวและ 2 คือยาที่มีสูตรผสมซึ่งก็หมายถึงมียาหลายตัวผสมอยู่ด้วยกัน

ตัวอย่างวิธีการดูวันหมดอายุ

  • MFG (MFD Date/MFG Date) ซึ่งก็คือ วันที่ผลิต
  • EXP หมายถึง วันหมดอายุ
  • และสุดท้ายก็สัญลักษณ์ที่บอกวันหมดอายุหลังการเปิดใช้ เช่น 3M 6M 12M

สำหรับตัวอาหารและเครื่องดื่ม

อย่างที่เราบอกไปบนฉลากผลิตภัณฑ์นั้นจะมีบอกในเรื่องของวันหมดอายุ ซึ่งคำที่เราจะต้องทำการสังเกตให้บ่อยที่สุดจะมีอยู่ 2 คำนั่นก็คือ วันหมดอายุหรือควรบริโภคก่อน ซึ่ง 2 คันนี้สามารถใช้ได้และมีความหมายที่ใกล้เคียงกัน ถ้าจะให้เปรียบเทียบระหว่างคำ 2 คำนี้แน่นอนว่าตามที่ระบุหรือตามคำเรียกของมันเลยว่าคำนึงเป็นวันหมดอายุซึ่งก็ควรจะกินภายในวันนั้นและไม่ควรที่จะทิ้งเอาไว้หรือรับประทานหลังวันหมดอายุ

ส่วนคำว่าควรบริโภคก่อนนั่นก็หมายถึงว่าให้คุณควรจัดการอาหารนั้นก่อนวันที่กำหนดถึงจะได้รับคุณประโยชน์ทางอาหารได้ดีกว่า แต่ถ้าบริโภคหลังจากนั้นก็ไม่เป็นไรเพราะระยะเวลาหมดอายุอาจจะเกิดขึ้นในช่วงหลังจากวันที่ระบุเอาไว้บนฉลากได้

สรุปวิธีการดูวันหมดอายุ

อย่างที่เราบอกไปในปัจจุบันมีการบริโภคอาหารสำเร็จรูปและผลิตภัณฑ์ประเภทอาหารและเครื่องดื่มพร้อมทานกันอยู่เป็นจำนวนมากและถือได้ว่าเป็นที่นิยมอย่างที่สุด นั่นก็เพราะว่าง่ายและสะดวกสบาย หลายๆ เมนูสามารถนำไปอุ่นแล้วรับประทานได้เลยและหลายๆเมนูก็สามารถฉีกซองเพื่อรับประทานได้เลยเช่นเดียวกัน

แต่เพื่อการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และยังถูกคุณลักษณะการรับประทานก่อนที่จะถึงวันหมดอายุและทำการศึกษาวิธีการดูวันหมดอายุที่อยู่ข้างผลิตภัณฑ์ก่อน ก็อาจจะทำให้คุณยังมีสุขภาพที่ดีและยังปลอดภัยต่อการรับประทานอาหารสำเร็จ